วันพุธที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2562
อาหารคลีนสำหรับคุณแม่ และ คนรักสุขภาพ
คนรักสุขภาพ
อาหารคลีน คือ อาหารที่ไม่ผ่านการปรุงแต่งด้วยสารเคมีต่าง ๆ หรือผ่านการแปรรูปน้อยที่สุดนั่นเอง อาหารเหล่านี้จะเป็นอาหารที่สดสะอาดไม่ผ่านกระบวนการหมักดองหรือปรุงรสใด ๆ มากจนเกินไป เช่น เค็มจัดหรือหวานจัด เป็นต้น บาคาร่า
การปรุงอาหารแบบคลีนไม่ใช่การเน้นทานผักเยอะ ๆ แต่เป็นการทานอาหารทุกหมู่อย่างในสัดส่วนที่เหมาะสม คือต้องมีทั้งคาร์โบไฮเดรตและโปรตีนในปริมาณที่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย เนื้อสัตว์ที่ใช้ควรเลือกแบบที่ไม่ใช่สำเร็จรูปหรือผ่านการปรุงรสมาแล้ว
การปรุงอาหารคลีน
การปรุงอาหารแบบคลีนไม่ใช่การเน้นทานผักเยอะ ๆ แต่เป็นการทาน อาหารทุกหมู่ อย่างในสัดส่วนที่เหมาะสม คือต้องมีทั้งคาร์โบไฮเดรตและโปรตีนในปริมาณที่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย เนื้อสัตว์ที่ใช้ควรเลือกแบบที่ไม่ใช่สำเร็จรูปหรือผ่านการปรุงรสมาแล้ว
หัวใจหลักคือการปรุงแต่งให้น้อย ฉะนั้นถ้าไม่คุ้นชินกินแรกๆ อาจจะรู้สึกจืดชืดไปหน่อย เพราะจะใส่เครื่องปรุงรส เช่น ซอส ซีอิ๊ว เกลือ น้ำตาล ฯลฯ ให้น้อยที่สุดหรือไม่ควรใส่เลย
วันอังคารที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2562
เมนูแกงๆเพื่อสุขภาพ คุณประโยชน์คบคันเต็มหม้อ
วันนี้เรามาอวดเมนูอาหารเพื่อสุขภาพที่เติมไปด้วยคุณประโยชน์ ที่ใส่ทั้งผักและสมุนไพร แถมยังเพิ่มโปรตีนจากสัตว์ ที่บอกได้เลยว่า กินกับข้าวสวยร้อนๆ อร่อยหยุดไม่ได้แน่นอน บาคาร่า
แกงเลียง
เมนูแกงเพื่อสุขภาพอันดับต้น ๆ ส่วนใหญ่คงนึกถึงเมนูแกงเลียง เพราะใส่ผักสดและสมุนไพร สูตรนี้ใส่กะปิและกุ้งแห้งป่น รสชาติเผ็ดร้อนด้วยพริกไทยดำ เติมความเค็มจากน้ำปลาหรือเกลือ
ส่วนผสม แกงเลียง
พริกไทยดำ 1+1/2 ช้อนชา
กระชาย 1-2 แง่ง
หอมแดง 3-4 หัว
กะปิ 1 ช้อนชา
กุ้งแห้งป่นละเอียด 1/3 ถ้วย
น้ำซุปไก่ 3 ถ้วย
บวบ หั่นเป็นชิ้นพอคำ 150 กรัม
ฟักทอง หั่นเป็นชิ้นพอคำ 200 กรัม
ซูกินี หั่นเป็นชิ้นพอคำ 150 กรัม
ข้าวโพดอ่อน หั่นสไลซ์ 150 กรัม
เห็ดกระดุม 150 กรัม
กุ้งสด 200 กรัม
ใบแมงลัก 80 กรัม
น้ำปลา (ปรุงรส)
วิธีทำแกงเลียง
1. เตรียมเครื่องแกงก่อน โดยโขลกพริกไทยกับกระชายแล้วใส่หอมแดงลงไปโขลกให้ละเอียด ตามด้วยกะปิ โขลกรวมกัน จากนั้นจึงใส่กุ้งแห้งป่นลงไปโขลกรวมกันอีกครั้งให้ละเอียดเป็นอันเรียบร้อย
2. ใส่น้ำซุปไก่ลงในหม้อ ต้มให้เดือดแล้วใส่เครื่องแกงลงไป
3. พอน้ำแกงเดือดก็ใส่ผักที่สุกยากลงไปก่อน ต้มพอเดือดอีกครั้งจึงใส่ผักที่เหลืออื่น ๆ ลงไป (จริง ๆ ขึ้นอยู่กับการหั่นด้วย อย่างฟักทองหั่นชิ้นเล็กก็จะสุกไว) พอน้ำเดือดปุ๊บก็ใส่บวบ ฟักทองอ่อน ซูกินี และเห็ดลงไป
4. พอน้ำแกงเดือดอีกครั้งก็ใส่กุ้งสดลงไป ปรุงรสด้วยน้ำปลาตามชอบ ชิมรส
5. พอส่วนผสมเดือดอีกครั้งก็ใส่เสน่ห์ของแกงเลียงลงไป คือ ใบแมงลักนั่นเอง ตักเสิร์ฟร้อน ๆ ซดน้ำให้ชุ่มคอชื่นใจ หวัดหายสบายดี
เอาไงดีล่ะคะทุกคนที่ได้อ่านชื่อเมนูก็ได้กลิ่นหอมๆลอยมากันเลยใช่มั้ย งั้นอย่าลืมเอาไปลองทำกินกันดูนะคะ รับลองเลยว่าได้ทั้งความอร่อย และ คุณค่าทางสารอาหารอย่างแน่นอน
วันจันทร์ที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2562
กะหล่ำปลีห่อหมู เมนูผักห่อไส้อร่อยนุ่มชุ่มโปรตีนเอาใจสายผัก
สายผักเลิฟแน่นอน กับกะหล่ำปลีห่อหมู สูตรอาหารเพื่อสุขภาพ จับผักห่อไส้แน่น ๆ เอาไปนึ่งจนสุก แหม… เคี้ยวนุ่มลิ้นน่าดู จิ้มกับซอสอย่างเดียวก็อร่อยแล้ว
ใครรักสุขภาพอยากให้ลองมาทำเมนูผักห่อไส้ ถ้าเบื่อ ๆ กับผักกาดขาวห่อหมูสับก็ลองเปลี่ยนมาทำกะหล่ำปลีห่อหมูกันดีไหม กระปุกดอทคอมขอนำเสนอวิธีทำกะหล่ำปลีห่อหมู จับใบกะหล่ำปลีไปลวกสักครู่ เสร็จแล้วเอามาห่อไส้หมูสับปรุงรส สุดท้ายเอาไปนึ่งจนสุก บาคาร่า ใครจะดัดแปลงเป็นกะหล่ำปลีห่อไก่ก็ได้เช่นกันจ้า
ส่วนผสม กะหล่ำปลีห่อหมู
• กะหล่ำปลี 1 หัว
• กระเทียม
• พริกไทยเม็ด
• เนื้อหมู หรือเนื้อสะโพกไก่
• ซีอิ๊วขาว
• น้ำมันหอย
• น้ำตาลทราย (เล็กน้อย)
• น้ำเย็น (สำหรับแช่ผักกาดขาว)
วิธีทำกะหล่ำปลีห่อหมู
1. โขลกกระเทียมกับพริกไทยให้ละเอียด พักไว้
2. สับหมู (หรือไก่) ให้ละเอียด หมักด้วยกระเทียมกับพริกไทย ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาว น้ำมันหอย และน้ำตาลทรายเล็กน้อย พักทิ้งไว้อย่างน้อย 30 นาที หรือข้ามคืน
3. แกะใบกะหล่ำปลี ล้างให้สะอาดแล้วนำไปลวกในน้ำเดือด 5-10 วินาที แล้วนำไปแช่ในน้ำเย็นจัด พักทิ้งไว้ให้สะเด็ดน้ำ เตรียมไว้
4. นำหมูสับ หรือไก่สับมาวางลงบนใบกะหล่ำปลีแล้วห่อให้สวยงาม
5. นำกะหล่ำปลีห่อหมูไปนึ่งประมาณ 5 นาที หรือต้มจนสุก ตักขึ้นสะเด็ดน้ำ เสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มซีฟู้ดหรือน้ำจิ้มสุกี้
ขอตัวออกไปซื้อน้ำจิ้มสุกี้รอเลยดีกว่า พอทำกะหล่ำปลีห่อหมูเสร็จแล้วจะได้จิ้มกินได้เลย อ้อ… ใครอยากซดน้ำแกงก็แปลงร่างเป็นต้มจืดกะหล่ำปลีห่อหมูได้เลยนะคะ
ขอบคุณแหล่งที่มา cooking.kapook.com
วันอาทิตย์ที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2562
ผักอบใบตอง จานอร่อยกลิ่นหอมเพื่อสุขภาพเอาใจสายผัก
เช้านี้คุณค่ามาเต็ม กับผักอบใบตอง สูตรอาหารเพื่อสุขภาพ มีแต่ผักล้วน ๆ เอาไปอบจนสุกกลิ่นหอม หน้าตาชวนหิวเพื่อคนรักผักโดยเฉพาะ
วันหยุดไม่อยากกินเนื้อสัตว์ก็มาล้างท้องด้วยการทำเมนูผักย่าง กันดีไหม แต่ขอบายผักย่างเสียบไม้เพราะขี้เกียจนั่งเสียบจนหลังแข็ง ขอทำผักย่างใบตองแล้วกันเนอะ บาคาร่า กระปุกดอทคอมขอนำเสนอวิธีทำผักอบใบตอง สูตรจาก นิตยสาร @Kitchen จับผักปรุงรสด้วยเครื่องเทศแล้วห่อด้วยใบตอง เสร็จแล้วก็ไปย่างหรืออบจนสุก แหม… บอกเลยว่ากลิ่นหอมหนักมากค่ะ
ผักอบในใบตองหอม ๆ สำหรับคนชอบกินผัก (Banana Leaf Bake Sweet Potato and Vegetables) จาก นิตยสาร @Kitchen
ส่วนผสม ผักอบ
• ฟักทองญี่ปุ่น 1/2 ผล
• มันฝรั่งลูกเล็ก 8 -10 หัว
• เห็ดกระดุม 10 ดอก
• หอมขาวขนาดเล็ก 10 หัว
• มะเขือเทศเชอร์รี 10 ผล
• น้ำมันมะกอก 3-4 ช้อนโต๊ะ
• ออริกาโน่
• ไทม์สด
• เกลือ
• พริกไทย
• ใบตอง
วิธีทำผักอบ
1. ล้างผิวมันฝรั่งจนสะอาดแล้วผ่าครึ่ง หั่นฟักทองญี่ปุ่นขนาดเท่ากับมันฝรั่ง ปอกเปลือกหอมขาวแล้วผ่าครึ่ง ใส่รวมในชามกับเห็ดกระดุม และมะเขือเทศเชอร์รี
2. ใส่น้ำมันมะกอก ออริกาโน่ ไทม์สด เกลือ และพริกไทยลงไปคลุกให้เข้ากัน
3. ฉีกใบตองซ้อนกัน 3-4 ชั้น ตักผักใส่ลงไปห่อให้แน่น นำไปย่างไฟปานกลางประมาณ 10 นาที หรือจนแน่ใจว่าผักสุก
เคล็ดลับ: สำหรับสมุนไพรสามารถเลือกใช้แบบผสมเช่น Italian Herbs แทนได้ และสามารถเพิ่มชนิดของผักได้ตามชอบ
วะว้าว ! ส่วนตัวชอบกินผักอยู่แล้ว เจอเมนูผักอบใบตองแบบนี้ก็หวานปากแล้วสิ แต่ลำพังแค่ผักย่างคงจืดชืดไปหน่อย ขอทำน้ำจิ้มแจ่วมาเพิ่มความแซ่บด้วยดีกว่า
ขอบคุณแหล่งที่มา cooking.kapook.com
วันศุกร์ที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2562
กล้วยน้ำว้าอบ เมนูกล้วยอร่อยแบบคลีน ขนมไม่อ้วนทำง่ายกินเพลิน
กล้วยน้ำว้าแบบกรอบใคร ๆ ก็ทำกินกัน ลองเปลี่ยนมาทำกล้วยน้ำว้าอบ สูตรอาหารเพื่อสุขภาพ เคี้ยวนุ่มหนึบโรยงาขาว ถ้าชอบรสหวานหน่อย ๆ ทาน้ำผึ้งเพิ่มเติมได้ตามชอบ
เมนูกล้วยน้ำว้าทำอะไรได้บ้าง ? ส่วนใหญ่จะแปรรูปเป็นกล้วยแขกกันเนอะ บาคาร่า แต่ของทอดคงไม่เหมาะสำหรับคนกลัวอ้วน ลองเปลี่ยนมาทำขนมคลีน ๆ อย่างเมนูกล้วยอบสูตรอาหารแสนง่ายกันเถอะ กระปุกดอทคอมขอนำเสนอวิธีทำกล้วยน้ำว้าอบ สูตรจาก คุณ NUTCHANART_CH สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม จับกล้วยปอกเปลือกหั่นชิ้นยาวแล้วโรยงาขาว เสร็จแล้วเอาไปอบจนแห้ง ถ้าไม่มีเตาอบไฟฟ้าก็ทำเป็นกล้วยน้ำว้าอบไมโครเวฟหรือกล้วยน้ำว้าอบลมร้อนก็สะดวกดีค่ะ
กล้วยน้ำว้าอบ โดย คุณ NUTCHANART_CH สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม
Hello มาอบกล้วยกินกันดีกว่าค่ะ อร่อยแบบคลีน ทำง่ายด้วยนะ
ส่วนผสม กล้วยน้ำว้าอบ
◆ กล้วยน้ำว้า
◆ งาขาว
วิธีทำกล้วยน้ำว้าอบ
1. ปอกเปลือกกล้วย และหั่นกล้วยให้เป็นแนวยาว แบ่งเป็น 4 ส่วน วางกระดาษรองอบในถาด จากนั้นนำกล้วยมาวางเรียงกัน
2. โรยงาขาว
3. นำเข้าเตาอบโดยใช้ไฟอ่อนที่อุณหภูมิ 170 องศาเซลเซียส อบเป็นเวลา 70-90 นาที
ใครที่สนใจอยากลองทำสแน็กไม่อ้วนแบบนี้เก็บไว้กินเล่น ๆ ภาพขั้นตอนการทำอยู่ที่แกลลอรี่ด้านล่างนะคะ คลิกไปดูต่อกันเลย
ขอบคุณแหล่งที่มา cooking.kapook.com
วันพฤหัสบดีที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2562
อาหารบำรุงเลือด
อาหารบำรุงเลือด (Lisa)
เพียงแค่ดื่มน้ำส้มหนึ่งแก้วในระหว่างมื้ออาหาร ก็ช่วยบำรุงเลือดคุณได้ เพราะวิตามินซีช่วยให้ร่างกายดูดซึมธาตุเหล็กได้ดียิ่งขึ้น ตรงกันข้ามกับ ชาและกาแฟเป็นตัวขัดขวางการดูดซึมธาตุเหล็กในร่างกาย
เมื่อร่างกายขาดธาตุเหล็กก็จะมีอาการอ่อนเพลีย ง่วง ขาดสมาธิ ซีดเซียว และเส้นผมหลุดร่วงโดยที่เราไม่รู้ตัว และกว่าโรคจะปรากฏให้เห็น การขาดธาตุเหล็กก็ส่งผลกระทบแล้ว คุณจึงควรตรวจเช็กสักครั้งเมื่อมีอาการดังกล่าวโดยไม่รู้สาเหตุ บาคาร่า เพราะเกือบหนึ่งในสองของผู้หญิงมักมีธาตุเหล็กต่ำเกินไป
ทั้งนี้ คนแทบไม่เชื่อว่า การขาดธาตุเหล็กคือภาวะที่เกิดขึ้นมากที่สุดในโลก โดยเฉพาะผู้หญิงในประเทศอุตสาหกรรม ซึ่งผู้หญิงมักสูญเสียแร่ธาตุไปกับเลือดประจำเดือน เพราะผู้หญิงบางคนมีเลือดประจำเดือนครั้งละครึ่งลิตร ซึ่งตามปกติของการเสียเลือดประจำเดือน 50 มิลลิลิตร ก็เท่ากับสูญเสียธาตุเหล็กประมาณ 15-30 มิลลิกรัม หรือบางคนที่ไม่กินเนื้อสัตว์อาจสูญเสียมากกว่านี้ จึงทำให้การเก็บกักธาตุเหล็กไม่สมบูรณ์
อาหารที่เป็นศัตรูของธาตุเหล็ก
ชาและกาแฟ ขัดขวางการดูดซึมธาตุเหล็ก วิธีที่จะช่วยให้ร่างกายดูดซึมธาตุเหล็กได้ดีคือ หลังมื้ออาหารให้กินผลไม้ที่มีวิตามินซี เช่น ส้มหนึ่งผล
อาหารที่มีธาตุเหล็ก
ธาตุเหล็กจากพืชผักและผลไม้มักละลายยาก ส่วนใหญ่มักติดอยู่กับคาร์โบไฮเดรต และมีเพียงเศษเสี้ยวเท่านั้นที่เข้าไปในกระแสเลือด นอกจากนี้ อาหารบางชนิดที่เรารับประทานอยู่ทุกวัน ยังไปขัดขวางการดูดซึมธาตุเหล็ก เช่น แคลเซียมจากผลิตภัณฑ์นม โพลีฟีนอยด์ (ถั่วเปลือกแข็ง) ไฟเตท (ธัญพืชและถั่ว) ฟอสเฟต (น้ำดำ ผลิตภัณฑ์อาหารสำเร็จรูป ชาและกาแฟ)
วิธีที่จะช่วยทำให้ดูดซึมธาตุเหล็กได้ดีก็คือ ดื่มน้ำส้มหนึ่งแก้วในระหว่างทานอาหาร อาหารที่มีธาตุเหล็กสูงอย่างเช่น เนื้อแดง ปลา เป็ด และไก่ วิธีป้องกันการขาดธาตุเหล็กก็คือ ควรกินเนื้อสัตว์สัปดาห์ละ 3 ครั้ง
บุคคลที่ต้องใส่ใจ
นักมังสวิรัติ สตรีตั้งครรภ์ และให้นมบุตร สตรีมีรอบเดือน ต้องกินอาหารที่มีธาตุเหล็กเพิ่มขึ้น ซึ่งบางครั้งก็ค่อนข้างยาก หากจำเป็นก็ต้องให้แพทย์เป็นผู้สั่งจ่ายธาตุเหล็กสำเร็จรูป ปกติผู้หญิงในวัย 15-50 ปีควรได้รับธาตุเหล็กประมาณ 15 มิลลิกรัม ส่วนผู้หญิงวัยมากกว่า 50 ปี ควรได้รับวันละ 10 มิลลิกรัม
ส่วนผู้ที่ไม่ขาดธาตุเหล็ก ก็ไม่ควรเติมธาตุเหล็กสำเร็จรูปให้ร่างกายอีก เพราะร่างกายขจัดออกไม่ได้ และเมื่อมีมากเกินไปก็จะเป็นอันตรายต่อตับ
ขอบคุณแหล่งที่มา health.kapook.com
วันพุธที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2562
วิธีทำขนมปังสูตรสุขภาพ แบบโฮมเมดไร้สารเสริม ใครก็ทำได้
แจกฟรี ! วิธีทำขนมปังสุขภาพ สูตรอาหารเพื่อสุขภาพ ทำเองได้ไม่ยาก อบร้อน ๆ ไม่ใส่สารเสริมหรือสารกันบูด กินรองท้องหรือกินเอาอิ่มก็ได้ตามสบาย
เอาใจคนรักสุขภาพกับวิธีทำ ข น ม ปั ง เพื่อสุขภาพ จะทำเป็นก้อนกลมก็ได้ หรือเป็นก้อนปอนด์หั่นชิ้นสี่เหลี่ยมก็ตามสะดวก ใครอยากทำตามแล้วจดเลยค่ะ บาคาร่า กระปุกดอทคอมขอนำเสนอวิธีทำข น ม ปั ง สูตรสุขภาพ เช่น ข น ม ปั ง โฮลวีต ข น ม ปั ง เมล็ดเจีย ข น ม ปั ง กล้วยน้ำว้า เป็นต้น ส่วนผสมหลัก ๆ จะเป็นแป้งโฮลวีตและใส่ธัญพืชก็ตามชอบเลยค่ะ
1. ข น ม ปั ง เมล็ดเจียงาขาว
ใครจะไปรู้ว่า เมล็ดเจีย ธัญพืชประโยชน์แน่นจะจับมาทำขนมปังสูตรสุขภาพได้ด้วย สูตรนี้พิเศษที่ใส่งาขาวคั่ว อยากรู้ว่าฟินแค่ไหนมาทำตามกันเถอะ
ส่วนผสม ข น ม ปั ง เมล็ดเจีย
แป้ง ข น ม ปั ง 350 กรัม
น้ำตาลทราย 25 กรัม
ยีสต์ 1+1/4 ช้อนชา
เกลือ 1 กรัม
น้ำ 205 กรัม
น้ำมันพืช 50 กรัม
งาขาวคั่ว 35 กรัม
เมล็ดเจีย 10 กรัม
วิธีทำขนมปังเมล็ดเจีย
1. นำแป้ง น้ำตาลทราย ยีสต์ และเกลือใส่ในชามผสม คนให้เข้ากัน
2. นำน้ำอุ่นกับน้ำมันพืชใส่ในชามผสม คนให้เข้ากัน และนวดแป้งประมาณ 30 นาที จนแป้งเนื้อเนียนและสามารถยืดเป็นฟิล์มได้
3. ใส่เมล็ดเจียกับงาคั่ว แล้วนวดให้เข้ากันประมาณ 2 นาที
4. นำแป้ง ข น ม ปั ง มารวบให้แป้งเป็นกลม ๆ แล้วใส่ในชามอ่างที่สะอาด พักให้แป้งฟูขึ้นประมาณ 50 นาที หรือจนแป้งจะฟูขึ้นเป็น 2 เท่า คลึงแป้งโดยไล่ลมออกแล้วคลึงให้เป็นก้อนกลม ๆ พักแป้งไว้อีก 10 นาที
5. นำแป้งมารีดด้วยไม้คลึงแล้วทำโรล นำแป้งไปใส่พิมพ์ ข น ม ปั ง ขนาด 19x9 เซนติเมตร ที่มีกระดาษรองอบไว้ คลุมด้วยพลาสติกหรือเอาผ้าชุบน้ำหมาด ๆ คลุมไว้และพักแป้งจนขึ้นฟูเป็น 2 เท่าใช้เวลาประมาณ 45-50 นาที นำแป้ง ข น ม ปั ง มาโรยก่อนอบ
6. นำ ข น ม ปั ง เข้าอบที่อุณหภูมิ 175 องศาเซลเซียส อบประมาณ 30 นาที หรือจนขนมปังสุก นำออกมาพักไว้ประมาณ 20 นาทีแล้วเสิร์ฟได้
ขอบคุณแหล่งที่มา cooking.kapook.com
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)